อยู่ในอาคารเกือบทั้งวันที่มาเลเซีย SPF30 พอไหม แล้วทำไมกันแดดถึงแสบตา?
ใน Lowyat ฟอรัมใหญ่ของมาเลเซียที่คุยตั้งแต่ไอทีไปจนถึงทุกเรื่อง มีคนที่อยู่ในอาคารเกือบทั้งวันอยากเปลี่ยนจาก SPF50 เป็น SPF30 งบราว 60 ริงกิต เพราะช่วงบ่ายตาเริ่มเจ็บ และสงสัยว่าเป็นเพราะ SPF สูงเกินไป
สิ่งที่คนในกระทู้ตอบ:
- หลายคนบอกว่าถ้าตัวที่ใช้อยู่เข้ากันดี ก็ไม่จำเป็นต้องลดเป็น SPF30 แค่เพราะอยู่ในอาคาร
- คำตอบที่ดูรู้จริงอธิบายว่าอาการแสบตามักมาจากสารกรองรังสียูวีบางตัว ไม่ใช่ตัวเลข SPF และสารกรองรุ่นใหม่ที่พบบ่อยในกันแดดเอเชียและยุโรปมักระคายตาน้อยกว่า
- ตัวเลือกจากเกาหลีที่ถูกพูดถึงมี Beauty of Joseon, Innisfree, กันแดดว่านหางจระเข้ของ COSRX และ SKIN1004 มีคนบอกว่า Beauty of Joseon ไม่แสบตาแต่หนักไปหน่อยสำหรับผิวมันในอากาศแบบนี้ ส่วนเจ้าของกระทู้ลอง SKIN1004 ภายหลังและชอบที่เกลี่ยง่าย
- เรื่องปริมาณ คำตอบคือกฎสองนิ้วสำหรับใบหน้า
- มีคำเตือนหนักเรื่องของปลอม ให้ระวังร้านใน Shopee ที่ขายสกินแคร์เกาหลีหรือญี่ปุ่น เช็กยอดขาย อายุร้าน และรีวิว
- มีมุกล้อผู้ชายทากันแดดอยู่ไม่น้อย แต่เจ้าของกระทู้ไม่สนใจและถามเรื่องใช้งานจริงต่อ
ข้อสรุปของกระทู้คือ ใช้ SPF ที่ชอบและทาได้จริงทุกวัน แล้วเลือกสารกรองกับเนื้อที่ไม่ทำให้แสบตา
หมายเหตุจากโต๊ะข่าว: Skin Cancer Foundation ระบุว่ากระจกกัน UVB ซึ่งเป็นตัวการหลักของผิวไหม้ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ UVA ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของผิวแก่ก่อนวัยผ่านกระจกได้มากกว่า 50% ถ้าโต๊ะทำงานอยู่ริมหน้าต่าง "อยู่ในอาคาร" ก็ไม่ได้แปลว่า "ไม่โดนยูวี"
วันที่แทบไม่ออกไปไหน คุณทากันแดดไหม แล้วอะไรที่ช่วยแก้อาการแสบตาได้ในที่สุด?
กระทู้ต้นทาง: Lowyat — กันแดดสำหรับวันที่อยู่ในอาคารเป็นหลัก · อ้างอิง: Skin Cancer Foundation — การโดนยูวีที่คาดไม่ถึง
ขอเสริมตัวเลขหนึ่ง องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) แนะนำให้ทากันแดดซ้ำอย่างน้อยทุกสองชั่วโมง และบ่อยขึ้นถ้าว่ายน้ำหรือเหงื่อออก และแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์แบบ broad spectrum ที่มี SPF 15 ขึ้นไปเป็นประจำ สำหรับวันที่นั่งทำงานในออฟฟิศ กันแดดที่ทาสบายและทาซ้ำตอนกลางวันได้จริง อาจปกป้องได้ดีกว่า SPF สูงที่มักข้ามไป บนฉลากสินค้าเกาหลี ระดับ PA+ คือส่วนที่บอกเรื่อง UVA FDA — พื้นฐานเรื่องกันแดด